ท่องเที่ยว หนองบัวลำภู สถานที่เที่ยว
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู
วัดถ้ำกลองเพล ตั้งอยู่ที่ ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เป็นวัดป่าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดหนองบัวลำภู มีเนื้อที่ติดเชิงเขาภูพาน ห่างจากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข 210 (หนองบัวลำภู-อุดรธานี) ไป 13 กิโลเมตร จากนั้นแยกขวาเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร เดิมสันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยขอมเข้ามาครอบครองแผ่นดินแห่งนี้ แต่ไม่มีหลักฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.ใด ต่อมาเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษา จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2501 พระอาจารย์หลวงปู่ขาว อนาลโย พระวิปัสสนากรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ ได้อาศัยวัดแห่งนี้เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน โดยใช้พื้นที่ที่เกิดจากหมู่ก้อนหินขนาดใหญ่ 3-4 ก้อน ที่มีหลืบและชะโงกหิน ก่อเป็นหลังคาคอนกรีตเชื่อมถึงกัน ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็น ห้องโถงขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้หลายร้อยคน เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ที่นั่นจนกระทั่ง มรณภาพ เมื่อปี พ.ศ. 2526
ภายในบริเวณวัดบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ มีเนื้อที่กว้างขวาง ปกคลุมไปด้วยแมกไม้ ป่าเขียว และสวนหินธรรมชาติรูปร่างประหลาดดูสวยงามกลาดเกลื่อนวัด มีถ้ำซึ่งภายในถ้ำมีกลองโบราณสองหน้า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "กลองเพล" ภายในถ้ำมีรูปปั้นของหลวงปู่ขาว ตามซอกหินภายในถ้ำมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่หลายองค์ ประกอบด้วย พระพุทธ รูปปางสมาธิ พระพุทธรูปปางไสยยาสน์ พระพุทธรูปปัญฑรนิมิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางลีลาที่จำหลักลงในก้อนหิน และมีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าถ้ำกลองเพล จากวัดถ้ำกลองเพล ไม่ไกลนักมีถนนราดยาง ลัดเลาะไปตามแนวป่าและหมู่ก้อนหินรูปทรงแปลกๆ เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ก็จะถึงอนุสรณ์สถานของหลวงปู่ขาว ที่ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารของหลวงปู่ขาว กุฎิเก่าของหลวงปู่ขาว พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ขาว เจดีย์หลวงปู่ขาว มณฑปหลวงปู่ขาว
วัดสมัยเก่าแก่ยุคขอมโบราณ กับพระอริยะสงฆ์สายหลวงปู่มั่น หลวงปู่ขาววัดถ้ำกลองเพล เกจิอาจารย์ชื่อดัง ของ ดินแดนอีสานเหนือ
รูปภาพวัดถ้ำกลองเพล
วัดถ้ำเอราวัณ จ.หนองบัวลำภู
ถ้ำเอราวัณ ตั้งอยู่บ้านผาอินแปลง ตำบลวังทอง บริเวณภูเขาหินแข็งที่ชาวบ้าน เรียกว่า ภูเขาผาถ้ำ
ช้าง เป็นรอยต่อของอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย กับอำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู ถ้ำเอราวัณแห่งนี้
นั้นตั้งอยู่บนเขาที่มีลักษณะเป็นหินแข็งที่มีกระจายอยู่ทั่วไปซึ่งถ้ามองจากที่ไกลๆจะเห็นมีลักษณะ
เหมือนช้างกำลังหมอบ แต่ถ้ามองจากด้านหน้าผาก็จะเหมือนกับหน้าผากของช้าง สำหรับส่วนบนของ
ผาถ้ำแห่งนี้นั้นมีลักษณะเป็นหินแข็งแหลมคมขรุขระเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย ถ้ำเอราวัณเป็นถ้ำขนาด
ใหญ่มีบันไดเรียงคดโค้งไปมา จากเชิงเขาเบื้องล่างขึ้นสู่ปากถ้ำกว่า 600 ขั้น มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่
อยู่บริเวณปากถ้ำ มองเห็นได้เด่นชัดจากระยะไกล ภายในถ้ำเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ที่เป็นสถานที่แห่ง
ตำนานนิยายพื้นบ้านเรื่อง “นางผมหอม” มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ถ้ำเอราวัณแห่งนี้นั้นแต่เดิมมีชื่อว่า
“ถ้ำช้าง” ซึ่งเป็นชื่อเรียกตามภูเขาถือผาถ้ำช้างซึ่งพระครูปลัดฝั้น ปาเรสโกได้เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วม
กันสร้างขึ้นเป็นวัดซึ่งต่อมาเรียกว่าวัดถ้ำช้างโดยได้สร้างไว้บริเวณบันไดทางขึ้นถ้ำอันเป็นที่มาของชื่อวัด
ถ้ำเอราวัณ ภายในบริเวณดังกล่างนั้นมีสิ่งที่สนใจที่มีความสวยงาม อันได้แก่ หลวงพ่อพระพุทธชัยศรีมุนี
ศรีโลกนาถอันเป็นพระพุทธรูปศักดิ์คู่บ้านคู่เมือง หรือจะเป็นบันไดสวรรค์ซึ่งเป็นบันไดที่จะพบตอนเดิน
ขึ้นไปยังถ้ำ 621 ชั้นที่ลัดเลาะเลี้ยวไปตามไหล่เขาพร้อมศาลาพักชมวิวทั้งหมด 3 แห่งตลอดเส้นทาง
นั้น อีกทั้งยังมีกองหินวงเป็นรูปร่างคล้ายเจดีย์โดยมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาเป็นความเชื่อว่าถ้าหากใช้หินมา
ก่อเป็นรูปเจดีย์ 9 ชั้นแล้วจะนำความโชคดีมาให้ เมื่อได้ขึ้นมาที่บริเวณบนหลังคาถ้ำก็จะได้พบกับปล่อง
ดาว 3 ปล่องที่แสงสว่างสามารถส่องลอดเข้ามาถึงได้ เมื่อเดินต่อมาเรื่อยๆก็จะพบกับหินรูปหญาช้างนั่ง
คุกเข่าซึ่งมีเรื่องเล่าสืบต่อถึงที่มาว่าพญาช้างได้ตรอมใจตายและสาปตัวเองให้เป็นหิน นอกจากนี้ยังมี
หินรูปทรงต่างๆอีกมากมาย อาทิ หินนางผมหอม เห็ดหิน อ่างหิน
มุมสวยๆของวัดเอราวัณ
ภูพานน้อย จุดชมวิว ทะเลหมอกภูพาน หนองบัวลำภู
ภูพานน้อย เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพานที่ทอดตัวจากทิศตะวันออก อำเภอเมืองหนองบัวลำภูไปทางทิศใต้ที่ ภูเก้า อำเภอโนนสัง มีพื้นที่ 35,000 ไร่ อยู่บนเทือกเขาสูงชัน สามารถมองเห็นตัวเมืองหนองบัวลำภูเบื้องล่าง เนื่องจากอยู่ห่างตัวเมืองเพียงแค่ 6 กิโลเมตร เรียกได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ของเมืองหนองบัวลำภู บนภูเป็นป่าธรรมชาติร่มรื่นกอปรด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ
ซึ่งมีสมุนไพรขึ้นเองตามธรรมชาติมีความหลากหลายทางชีวภาพ อากาศเย็นสบายแวดล้อมด้วยธรรมชาติรถขึ้นถึง ผู้คนนิยมไปกางเต็นท์พักแรมกลางคืน
จุดเด่นของภูพานน้อย คือ ดอกกระเจียวสีขาวมีขึ้นเต็มแถวภูพานน้อยและ มีพื้นที่ส่วนหนึ่งตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองหนองบัวลำภู ไม่ถึง 10 กม. ถนนหนทางลาดยางตลอดเอื้ออำนวยและสะดวกมาก เมื่อถึงยอดเขาเราสามารถมองเห็นการเติบโตของอาคารบ้านเรือนแทบทุกตารางนิ้ว พลบค่ำแสงระยิบระยับของดวงดาวเริ่มปรากฏ หากมาเที่ยวชมยากแล้วที่จะลืมเลือน
อีกทั้งยังมีจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติ เป็นที่เหมาะสำหรับการจัดกิจกรรม ประชุมสัมมนามากกว่า 100 คน มีบริเวณสำหรับกางเต้นพักผ่อน เวลากลางคืนจะมองเห็นดสวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึง เหมาะสำหรับชมพระอาทิตยืตกดิน ท้าทายผุ้ที่ชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติและผู้ที่อยากจะเห็นสภาพภูมิประเทศ
การเดินทาง ไปตามถนนหนองบัวลำภู-อุดรธานี ถึงบ้านภูพานทอง แล้วเลี้ยวขวาไปตามป้ายประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาตามป้ายไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงภูพานน้อย
มาดูรูปกัน
อันนี้ป้ายดอกกระเจียวขาวเพราะที่นี้มีดอกกระเจียวสีขาวขึ้นค่ะ
แผนที่จุดชมวิวค่ะ แนะนำตั้งแต่เข้ามาเลยว่ามีจุดไหนจุดไหนบ้าง
เป็นที่เข้าค่ายลูกเสือด้วยนะ กางเต้นนอน และก็มีที่สัมมนา ที่พักผ่อน กางเต้นท์ รับโอโซน
Wow Wow !!!! ดอกกระเจียวสีขาว
จุดชมวิว ตรงนี้สวยมาก มองเห็นจังหวัดหนองบัวได้อย่างสวยงามเลยยิ่งตอนกลางคืนยิ่งสวย
ไปมาหลายปีล่ะ ต้องหาเวลาไปอีกแล้ว ลองไปเที่ยวดูนะ
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ตั้งอยู่ที่ สนามนเรศวร หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู และอยู่ริมหนองน้ำ หนองบัว ที่อยู่ใจกลางเมือง ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.๒๑๑๒ เป็นที่ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๑ ให้แก่พม่าตรงกับสมัยพระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์กรุงหงสาวดี ได้มีหมายเกณฑ์ให้สมเด็จพระมหาธรรมราชา ไปช่วยตีเมืองเวียงจันทน์ ในครั้งนี้สมเด็จพระนเรศวรได้ร่วมเสด็จไปในกองทัพพระราชบิดาเป็นครั้งแรก สมทบกับกองทัพพม่าไปตีเมืองเวียงจันทน์ เนื่องจากพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชยกทัพไปตีเมืองญวนแล้วหายสาบสูญ พระเจ้าบุเรงนองเห็นโอกาสจึงยกทัพตีโดยให้กองทัพกรุงศรีอยุธยามาสมทบ สมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระนเรศวรได้ ยกทัพไปถึงหนองบัวลำภู เมืองหน้าด่านทางใต้ของเวียงจันทน์ ขณะนั้นมีพระชนมายุได้ ๑๙ พรรษา ครองเมืองพิษณุโลกอยู่ พระราชบิดานำกองทัพพักแรมที่หนองบัวลำภู เนื่องจากมีทัศนียภาพที่สวยงาม มีดอกบัวหลวงขึ้นเต็มที่หนองน้ำสวยงามมาก และหนองน้ำมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การตั้งพักแรมของกองทัพที่มีจำนวนมาก โดยใช้น้ำเพื่อดื่มเพื่อใช้ และดอกบัวหลวงก็ใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่กองทัพเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจในการออกศึกครั้งนี้ พระนเรศวรทรงประชวรเป็นไข้ทรพิษระหว่างเดินทัพ พระเจ้าบุเรงนองเห็นว่าสงครามจวนจะเสร็จสิ้นจึงอนุญาตให้กลับไปรักษาพระองค์ การที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้เคยเสด็จมาประทับแรมที่เมืองหนองบัวลำภูเมื่อ พ.ศ.๒๑๑๗ นั้น ทำให้ชื่อเมืองหนองบัวลำภูได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย ดังนั้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ วีรกษัตริย์ไทย พระยาอุดรธานีศรีโขมสาครเขต
(จิต จิตตยโสธร) อดีตเจ้าเมืองอุดรธานีได้ร่วมใจกับชาวหนองบัวลำภู สร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้ ณ ด้านตะวันออกริมฝั่งหนองบัวลำภู และสร้างรูปเหมือนสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับยืน พระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ ที่ออกแบบโดยช่างกรมศิลปากร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๑๑ หลังจากนั้น ทุกๆ ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภูจะจัดงานพระราชพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เรียกว่า งานสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กาชาดหนองบัวลำภู
รูปบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหราช
ประวัติความเป็นมาจังหวัดหนองบัวลำภู
ประวัติจังหวัดหนองบัวลำภู
หนองบัวลำภูหรือในอดีตเรียกว่า นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน ตามตำนานพระวอ-พระตา ผู้สร้างเมืองหนองบัวลำภูเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2302 โดยได้สร้างกำแพงเมือง มีค่ายคูประตูหอรบครบครันเพื่อป้องกันข้าศึก โดยเฉพาะข้าศึกจากทางเวียงจันทน์ คือ ได้สร้างกำแพงหิน หอรบขึ้นที่เชิงเขาบนภูพานคำ ซึ่งเป็นเส้นทางหน้าด่านใกล้กับบริเวณน้ำตกเฒ่าโต้ ห่างจากกำแพงเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1 กิโลเมตร ต่อมาในปี พ.ศ. 2310 พระเจ้าสิริบุญสารแห่งเมืองเวียงจันทน์ ได้ส่งกองทัพมาปราบปราม เกิดการต่อสู้กันที่ช่องน้ำจั่น (น้ำตกเฒ่าโต้) บนภูพานคำ สู้รบกันอยู่สามปียังไม่แพ้ชนะกัน ทางฝ่ายเมืองเวียงจันทน์จึงขอกองทัพพม่ามาช่วยเหลือจนสามารถตีเมืองนคร
เขื่อนขันธ์ฯ ได้ พระวอ-พระตาจึงได้อพยพผู้คนหนีไปพึ่งพระเจ้าองค์หลวงไชยกุมารแห่งอาณาจักร ล้านช้างจำปาสัก ในปี พ.ศ. 2321 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาจักรี
ยกกองทัพมาช่วยพระวอ-พระตาขับไล่กองทัพของพระเจ้าสิริบุญ สารออกไป แล้วยกกองทัพติดตามเข้าตีเมืองเวียงจันทน์ได้ ครั้งนั้นได้ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตซึ่งพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชนำไปจากเมือง เชียงใหม่ เมืองนครเขื่อนขันธ์ฯ ก็ได้มาขึ้นอยู่กับไทย ในปี พ.ศ. 2433 ได้มีการจัดระเบียบการปกครองบ้านเมือง ให้ข้าหลวงเมืองหนองคายบังคับบัญชาเมืองใหญ่ 16 เมือง เมืองขึ้น 36 เมือง เรียกว่า เมืองลาวฝ่ายเหนือ และเมืองนครเขื่อนขันธ์ฯ ก็ได้ขึ้นอยู่กับเมืองหนองคายนั้น เจ้าเมืองหนองคายได้แต่งตั้งให้พระวิชโยคมกมุทเขตมาครองเมืองนครเขื่อน ขันธ์ฯ ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองเอก และเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่า เมืองกมุทธาสัย จนในปี พ.ศ. 2443 ได้มีการเปลี่ยนชื่อมณฑลฝ่ายเหนือเป็นมณฑลอุดร และให้รวมเมืองต่าง ๆ ในมณฑลอุดรเป็น 5 บริเวณ เมืองกมุทธาสัยถูกรวมอยู่ในบริเวณบ้านหมากแข้ง และในปี พ.ศ. 2449 ได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองกมุทธาสัยเป็น เมืองหนองบัวลำภู ต่อมาในปี พ.ศ. 2450 ได้ถูกลดฐานะลงเป็น อำเภอหนองบัวลำภู ขึ้นกับจังหวัดอุดรธานี โดยมีพระวิจารณ์กมุธกิจเป็นนายอำเภอคนแรก อำเภอหนองบัวลำภูมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งยกระดับเป็น จังหวัดหนองบัวลำภู ในปี พ.ศ. 2536
หนองบัวลำภู เดิมเคยเป็นอําเภอหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี อยู่ห่างจากจังหวัดอุดรธานีประมาณ46กิโลเมตร ( มีระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ โดยเส้นทางรถยนต์ประมาณ 568 กิโลเมตร) ในอดีต จังหวัดหนองบัวลําภูเป็นเมืองโบราณที่ก่อตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 900 ปี เดิมเป็นดินแดนที่ขึ้นต่อกรุงศรีสัตตนาคนหุต มีชื่อว่า " เมืองหนองบัวลุ่มภู
นครเขื่อนขันธกาบแก้วบัวบาน " เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการกระจายอํานาจมายังส่วนภูมิภาค เพื่อประโยชน์ในด้านการปกครอง การให้บริการของรัฐ การอํานวยความสะดวกแก่ประชาชน การส่งเสริมให้ท้องที่เจริญยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อความมั่นคงของชาติ ประกอบกับจังหวัดอุดรธานีมีอาณาเขตกว้างขวางและมีพลเมืองมาก
จึงเห็นสมควรแยกอําเภอต่างๆ บางอําเภอ ตั้งขึ้นเป็นจังหวัด โดยได้รับการสถาปนาให้เป็นจังหวัดหนองบัวลําภูอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 เป็นต้นไป
อาณาเขตและการปกครองของจังหวัดหนองบัวลำภู
ทิศเหนือ จดจังหวัดอุดรธานี
ทิศตะวันออก จดจังหวัดอุดรธานี
ทิศตะวันตก จดจังหวัดเลย
ทิศใต้ จดจังหวัดขอนแก่น
จังหวัดหนองบัวลําภู แบ่งการปกครองออกเป็น 5 อําเภอ คือ อําเภอเมืองหนองบัวลําภู อําเภอโนนสัง อําเภอศรีบุญเรือง อําเภอนากลาง และอําเภอสุวรรณคูหา มีพื้นที่การปกครองทั้งสิ้น 3,859.086 ตารางกิโลเมตร
ทิศเหนือ จดจังหวัดอุดรธานี
ทิศตะวันออก จดจังหวัดอุดรธานี
ทิศตะวันตก จดจังหวัดเลย
ทิศใต้ จดจังหวัดขอนแก่น
จังหวัดหนองบัวลําภู แบ่งการปกครองออกเป็น 5 อําเภอ คือ อําเภอเมืองหนองบัวลําภู อําเภอโนนสัง อําเภอศรีบุญเรือง อําเภอนากลาง และอําเภอสุวรรณคูหา มีพื้นที่การปกครองทั้งสิ้น 3,859.086 ตารางกิโลเมตร
ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดหนองบัวลำภู
จังหวัดหนองบัวลำภู มีพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง บางส่วนเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลาดตื้นถึงลาดลึก แล้วลาดลงไปทางทิศใต้ และทิศตะวันออก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200 เมตร ทางตอนบนของจังหวัดจะเป็นพื้นที่ภูเขาสูง โดยยอดดอยหรือภูเขาที่สูงที่สุดของจังหวัด ได้แก่ดอยผาเวียง ภูสามยอดโดยสูงเฉลี่ย 900เมตรและเป็นต้นน้ำสายย้อยต่างๆ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินปนทรายและลูกรังไม่สามารถเก็บกักน้ำหรืออุ้มน้ำในฤดูแล้ง
ทางรถโดยสารประจําทาง
มีทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถปรับอากาศที่วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-หนองบัวลําภู ของบริษัทนครชัยแอร์ สำรองที่นั่ง โทร. 1624 และแนะนำบริการลูกค้า โทร. 0-2939-4999 ต่อ 1125,1126 ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกําแพงเพชร 2 ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ ซึ่งเป็นรถโดยสารที่วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ อุดรธานี จากนั้นใช้รถโดยสารที่วิ่งระหว่างอุดรธานี-หนองบัวลําภู รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ โทร0- 936-2852-66
คำขวัญ จังหวัดหนองบัวลำภู
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุทยานแห่งชาติภูเก้าภูพานคำ แผ่นดินธรรมหลวงปู่ขาว
เด่นสกาวถ้ำเอราวัณ นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน
แผนที่จังหวัดหนองบัวลำภู
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







































